ประธานสภาคณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย ปี 2557
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
       
ปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาคุณภาพและการดำรงชีวิตในสังคม รวมทั้งการ

แข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยและของโลก องค์การทุกประเภทได้มีการนำเทคโนโลยี สารสนเทศเข้ามาเป็นเครื่องมือ

สำคัญในทางยุทธศาสตร์และในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งมีผลทำให้เกิดความต้องการบุคลากร

และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมากมายตามไปด้วย บทบาทที่สำคัญประการหนึ่งของสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง

ก็คือ การรับใช้สังคมและพัฒนาประเทศ ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง

และความสำคัญดังกล่าวของ เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงได้มีการพัฒนาหลักสูตรและเปิดดำเนินการสอนทางด้านสาขาวิชา

เทคโนโลยี สารสนเทศ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ในประเทศไทยหลายมหาวิทยาลัยได้เล็งเห็น

ความสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาวิชาดังกล่าวเป็นอย่างมากด้วยการจัดตั้งคณะหรือหน่วยจัด การศึกษาที่ดูแล

รับผิดชอบโดยตรงต่อการเรียนการสอนในสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่แล้ว

ก็จะมีการตั้งชื่อคณะว่าคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่อย่างไรก็ตาม บางมหาวิทยาลัยอาจจะตั้งคณะที่มีชื่อที่ใกล้เคียงกันก็ได้

อาทิเช่น คณะสารสนเทศศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ คณะวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในปัจจุบัน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นองค์การภาคการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในสังคมอย่างกว้างขวางทั้งในภาครัฐ

ภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา นอกจากนื้ยังมีนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากที่ให้ความสนใจในการเข้ามาศึกษาเล่าเรียน

ในคณะดังกล่าว เพื่อไปประกอบวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง


         นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นมา คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือคณะที่เกี่ยวข้องจาก ๙

มหาวิทยาลัยได้มีการนัดพบปะเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นทางด้านวิชาการ งานวิจัย และการบริการสังคม สิ่งที่เป็น

รูปธรรมที่เกิดจากการพบปะพูดคุยกันในช่วงนั้น ก็คือการจัดการประชุมระดับชาติชื่อว่า National Conference on

Information Technology ซึ่งได้ผลัดกันเป็นเจ้าภาพจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำวารสารงานวิจัยที่ชื่อว่า

Journal of Information Science and Technology รวมทั้งการทำกิจกรรมเพื่อลดช่องว่างดิจิทัลด้วย

อย่างไรก็ตาม คณบดีทั้ง ๙ สถาบันยังมีความคิดเห็นร่วมกันว่าการจัดตั้งองค์การ อิสระในรูปแบบของสภาคณบดีคณะ

เทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย เป็นแนวทางที่สำคัญที่จะช่วยทำให้สามารถขับเคลื่อนความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ

และงานวิจัยในสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและที่เกี่ยวข้อง ได้เพิ่มมากขึ้นและมีความยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ การจัดตั้งสภาคณบดียังช่วยให้กลุ่มสถาบันอุดมศึกษามีตัวแทนที่เป็นองค์การวิชาการทางด้านสาขาเทคโนโลยี

สารสนเทศ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติ

และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับประชาคม อาเชียนต่อไป

    ๑.  เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และจริยธรรม ด้านวิชาการ การวิจัย และ การ เรียนการสอน

    ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถแข่งขันในระดับสากล

    ๒.  เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกันในทุกๆด้านระหว่างคณะเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นสมาชิก

    ๓.  เพื่อเป็นองค์การกลางในการเชื่อมโยงความต้องการด้านบุคลากรของอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับ

    การผลิตบัณฑิตทุกระดับของสถาบันอุดมศึกษา

    ๔.  เพื่อเป็นองค์การหลักทางด้านวิขาการที่ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายด้าน การศึกษาเพื่อ สร้าง

    ความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนให้กับการศึกษาในสาขาวิขาที่เกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งเป็นปัจจัย

    หลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคมและ ประเทศชาติ

    ๕.  เพื่อเป็นตัวแทนของสถาบันอุดมศึกษาในสาขาวิขาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยใน การเจรจา

     และประสานความร่วมมือกับองค์การต่างๆ ที่เป็นส่วนราขการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน ทั้งภายในและต่างประเทศ

  ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ บทวนข้อตกลงโครงการจัดตั้ง และธรรมนูญสภาคณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย
  ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ เห็นชอบและลงนามในเอกสารบันทึกข้อตกลงร่วม
  ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔

จัดประชุมสภาสามัญครั้งแรก เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการ (จะทำการกำหนดต่อไป) แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อรับทราบการจัดตั้งสภาคณบดีคณะเทคโนโลยี สารสนเทศแห่งประเทศไทย

เป็นองค์การอิสระทางด้านวิชาการซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากหน่วยงานระดับคณะและมีชื่อเป็นคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

หรือหน่วยงานระดับคณะที่มืชื่อเรียกเป็นอย่างอื่น หน่วยงานนั้นมีการจัดการศึกษาในสาขาวิชาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่นๆ

ที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก

  ๑.  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

๒.  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

๓.  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

๔.  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

๕.  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

๖.  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

๗.  สำนักวิขาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

๘.  สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

๙.  คณะวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

๑๐. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

๑๑. คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต

๑๒. คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

๑๓. คณะวิทยาการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนม

๑๔. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร


 
      
Council of IT Deans of Thailand